รูป

ประวัติโรงเรียนทหารสารบรรณ

         โรงเรียนทหารสารบรรณ กำเนิดโดยความดำริ ของ พลตรี ฉลอง อุชุโกมล เจ้ากรมสารบรรณทหารบก  ท่านแรกที่เห็นสมควรเปิดให้การศึกษาวิทยาการของทหารสารบรรณ  เพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติงานด้านสารบรรณ การจัดการด้านธุรการ ตลอดจนระเบียบแบบธรรมเนียม  ทำเนียบและประวัติรับราชการ  จึงได้ขอห้องทำงานแผนกโยธา และห้องเก็บพัสดุก่อสร้างของ  กรมยุทธโยธาทหารบก ชั้นล่างอาคารด้านทิศใต้ ในศาลาว่าการกลาโหม ดัดแปลงเป็นห้องเรียน ๑ ห้อง  ส่วนที่ทำงานของกองบัญชาการโรงเรียนสารบรรณทหารบก (กอง รร.สบ.ทบ.) คงใช้สถานที่ร่วมกับ กรมสารบรรณทหารบกก่อน  จากนั้นจึงได้รายงานตั้งอัตรากองโรงเรียนสารบรรณทหารบก  ใน ๒๒ กุมภาพันธ์  ๒๔๙๘  
 
         ๗ กรกฎาคม  ๒๔๙๘  คำสั่งกองทัพบกที่  ๑๗๖/๑๓๙๑๐  ให้พันเอก  อำนวย เกษไสว ซึ่งสำเร็จการศึก๗าจากโรงเรียนสารบรรณกองทัพบกสหรัฐอเมริกา เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนสารบรรณทหารบก และได้รับอนุมัติงบประมาณในการจัดตั้งโรงเรียน  เมื่อ  ๑๘ กรกฎาคม ๒๔๙๘  จำนวนเงิน ๗๐,๐๐๐  บาท  

         สิงหาคม  ๒๔๙๘ รายงานเสนอระเบียบกองทัพบก  ว่าด้วยโครงการศึกษา โรงเรียนสารบรรณทหารบก  กำหนดให้มีหลักสูตรชั้นนายสิบ หลักสูตรนายทหารชั้นต้น หลักสูตรชั้นนายร้อย และหลักสูตรชั้นนายพัน ด้วยสถานที่ ห้องเรียนจำกัด เปิดการศึกษาได้คราวละเพียงหลักสูตรเดียว หลักสูตรชั้นนายทหารชั้นต้น  จึงเป็นหลักสูตรแรกที่เปิดการศึกษา ตามคำสั่ง ทบ. ที่ ๒๕๔/๑๙๗๗๔ ลง  ๑๙ ก.ย.๙๘ โดยมีวัตถุประสงค์ให้กำลังพลของทุกหน่วยที่มีชั้นยศ จ่าสิบเอก เหล่าสารบรรณ โดยการสอบคัดเลือกเข้าศึกษา จำนวน ๕๑ นาย  มีระยะเวลาศึกษา ๖ เดือน เริ่ม ๓ ตุลาคม ๒๔๙๘  ถึง ๓  เมษายน ๒๔๙๙ เมื่อสำเร็จการศึกษานายทหารดังกล่าวได้รับประกาศนียบัตร และได้รับการประดับยศร้อยตรี   ในคราวเดียวกันทุกนาย

         ๒  ตุลาคม  ๒๔๙๙  ได้เปิดการศึกษาหลักสูตรอบรมฟื้นฟูความรู้สำหรับนายทหารสารบรรณ  ชั้นนายพัน  มีนายทหารนักเรียน   ๔๑  นาย รวมกับนายทหารสารบรรณที่สำเร็จการศึกษาจากนักเรียนนายร้อยสำรอง จำนวน  ๔ นาย
ต่อมาส่วนกองบัญชาการโรงเรียนทหารสารบรรณ ( กอง รร.สบ.สบ.ทบ. ) ได้ย้ายที่ตั้งแยกจากกรมไปอยู่ห้องชั้นล่างอาคารในศาลาว่าการกลาโหม  ด้านเดียวกับห้องเรียน  และ  ๒๑ กุมภาพันธ์  ๒๕๐๑  ได้ขยายอัตรา เป็น โรงเรียนสารบรรณทหารบก (รร.สบ.ทบ. ) โดยมี พันเอก อำนวย เกษไสว  เป็นรองผู้บัญชาการโรงเรียนสารบรรณทหารบก  และเจ้ากรมสารบรรณทหารบกเป็น ผู้บัญชาการโรงเรียน

         เมื่อเจ้าหน้าที่เหล่าสารบรรณ ซึ่งกำเนิดจากผู้ปฏิบัติงานด้านธุรการแต่เดิม รวมทั้งผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป นักศึกษาวิชาทหาร  ผู้สำเร็จอนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรชั้นสูง และนักเรียน นายร้อยสำรอง  มีจำนวนเพิ่มขึ้น โรงเรียนต้องเปิดการศึกษาหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเจ้าหน้าที่กำลังพล เหล่าสารบรรณให้มีความรู้งานธุรการกำลังพล งานสารบรรณ และระเบียบแบบธรรมเนียม  ให้สอดคล้องตามนโยบายผู้บังคับบัญชา สถานที่เรียนจึงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องใช้สถานที่อาคารของส่วนราชการอื่น เพื่อให้เพียงพอในการเปิดหลักสูตร เช่น  กรมแผนที่ทหาร โรงเรียนแผนที่ทหาร  อาคารสำนักงานในส่วนกรมกำลังสำรอง โรงเรียนยานเกราะ  คลังของกรมการรักษาดินแดน โรงเรียนสงครามจิตวิทยา กรมยุทธการทหาร  กองบัญชาการทหารสูงสุด เป็นต้น
         ๒๗  กันยายน ๒๕๒๕ โรงเรียนจึงได้ย้ายที่ตั้งเข้าแทนที่โรงเรียนทหารพลาธิการ ซึ่งเป็นอาคารไม้ ในบริเวณกรมยุทธศึกษาทหารบก โดยได้รับมอบอาคารกองพันนักเรียนให้เป็นที่ตั้งโรงเรียนสารบรรณทหารบก  ณ  ที่ตั้งนี้ได้เปิดการศึกษาในรอบปีหลายหลักสูตร  บางคราวที่จำเป็นต้องเปิดการศึกษาเพิ่มมากขึ้นตามความเร่งด่วน  และเป็นนโยบายผู้บังคับบัญชา จึงต้องใช้ห้องเรียนโรงเรียนส่งกำลังบำรุงบ้าง  

         ในปี  ๒๕๒๖ โรงเรียนสารบรรณทหารบก ได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนทหารสารบรรณ  กรมสารบรรณทหารบก ( รร.สบ.สบ.ทบ.)
 
         ปี  ๒๕๓๓ กองทัพบก  ได้อนุมัติให้สร้างอาคารโรงเรียนทหารสารบรรณ  เป็นอาคาร ๓ ชั้น ที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณอาคารโรงเรียนเดิม  ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนทหารสารบรรณในปัจจุบัน 
 
 
 

ปรัชญา  วิสัยทัศน์  พันธกิจ  และวัตถุประสงค์

         เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานโรงเรียนทหารสารบรรณ  กรมสารบรรณทหารบก  ดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกับทางรัฐบาลกำหนดไว้ใน  พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.๒๕๔๒  และสอดคล้องกับนโยบาย  การฝึกศึกษาของกองทัพบก และนโยบายของผู้บังคับบัญชาชั้นสูง ตลอดทั้งเป็นการตอบสนองนโยบาย  ของกรมสารบรรณทหารบก  ดังนั้นโรงเรียนทหารสารบรรณฯ  จึงได้กำหนด  ปรัชญา   วิสัยทัศน์  พันธกิจ  และวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานไว้ดังนี้:-

         ๑.  ปรัชญา  เพียบพร้อมด้วยปัญญา   ศรัทธาด้วยคุณธรรม  เป็นผู้นำการพัฒนา

         ๒.  วิสัยทัศน์   เป็นสถาบันที่มุ่งความเป็นเลิศทางวิชาการสายงานสารบรรณ  และงานด้านสิทธิกำลังพล  ก้าวทันเทคโนโลยี  มุ่งให้ผู้เรียนมีวินัยและมีความรู้คู่คุณธรรม ใช้ความรู้ความสามารถ ตอบสนองภารกิจของกองทัพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

         ๓.  พันธกิจ  
              ๓.๑  ให้การศึกษาแก่ผู้เรียนในหลักสูตรตามแนวทางรับราชการ และหลักสูตรเพิ่มพูนความรู้เฉพาะหน้าที่ตามที่ ทบ. และหน่วยเหนือกำหนด
              ๓.๒  พัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  เพื่อให้นำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานให้ถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
              ๓.๓  เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีวินัย คุณธรรม ยึดมั่นในความถูกต้อง ซื่อสัตย์ สุจริต   
              ๓.๔  ให้ผู้เรียนเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข                
              ๓.๕  ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม มีความเป็นผู้นำและมีความสามารถในการติดต่อสื่อสาร รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

         ๔.  วัตถุประสงค์
         
     ๔.๑  เให้ความรู้ทางวิชาการสายงานสารบรรณและงานด้านสิทธิกำลังพล เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างดีเลิศและมีประสิทธิภาพ
              ๔.๒  เพื่อสามารถนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน ให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
              ๔.๓  เพื่อเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีความเป็นผู้นำ มีคุณธรรม จริยธรรม และประพฤติปฏิบัติตามระเบียบ แบบธรรมเนียมของทหาร รวมทั้งเป็นข้าราชการที่ดี
              ๔.๔  เพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้ไปปรับปรุงพัฒนาตนเองและหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับยุคสมัยความทันสมัย

         ๕.  อัตลักษณ์
              “เป็นแหล่งเรียนรู้วิชาการสายงานสารบรรณของกองทัพบก”